ผลต่างระหว่างรุ่นของ "418531 ภาคต้น 2552/โจทย์ปัญหาการพิสูจน์ II"

จาก Theory Wiki
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
 
(ไม่แสดง 20 รุ่นระหว่างกลางโดยผู้ใช้ 3 คน)
แถว 11: แถว 11:
 
# จงแสดงว่า 21 หาร <math>4^{n+1} + 5^{2n-1}</math> ลงตัวเมื่อ n เป็นจำนวนเต็มบวก
 
# จงแสดงว่า 21 หาร <math>4^{n+1} + 5^{2n-1}</math> ลงตัวเมื่อ n เป็นจำนวนเต็มบวก
 
# จงแสดงว่า <math>1 + \frac{1}{\sqrt{2}} + \frac{1}{\sqrt{3}} + \cdots + \frac{1}{\sqrt{n}} > 2(\sqrt{n+1} - 1)</math>
 
# จงแสดงว่า <math>1 + \frac{1}{\sqrt{2}} + \frac{1}{\sqrt{3}} + \cdots + \frac{1}{\sqrt{n}} > 2(\sqrt{n+1} - 1)</math>
 +
 +
[[418531 ภาคต้น 2552/โจทย์ปัญหาการพิสูจน์ II/เฉลยข้อ 1|เฉลย]]
  
 
== ข้อ 2 ==
 
== ข้อ 2 ==
 
จงแสดงว่าถ้าเราวาดเส้นตรง n เส้นลงบนระนาบ โดยที่เส้นตรงนี้ไม่ีเส้นตรงสองเส้นใดๆ ขนานกัน และไม่มีเส้นตรงสามเส้นใดๆ ตัดกันที่จุดจุดเดียวกันแล้ว เส้นตรงทั้ง n แล้วเหล่านี้จะแบ่งระนาบออกเป็น <math>\frac{n^2 + n + 2}{2}</math> ส่วน
 
จงแสดงว่าถ้าเราวาดเส้นตรง n เส้นลงบนระนาบ โดยที่เส้นตรงนี้ไม่ีเส้นตรงสองเส้นใดๆ ขนานกัน และไม่มีเส้นตรงสามเส้นใดๆ ตัดกันที่จุดจุดเดียวกันแล้ว เส้นตรงทั้ง n แล้วเหล่านี้จะแบ่งระนาบออกเป็น <math>\frac{n^2 + n + 2}{2}</math> ส่วน
 +
 +
[[418531 ภาคต้น 2552/โจทย์ปัญหาการพิสูจน์ II/เฉลยข้อ 2|เฉลย]]
  
 
== ข้อ 3 ==
 
== ข้อ 3 ==
 
ถ้า <math>a_1, a_2, a_3, \ldots, a_n</math> เป็นจำนวนจริงบวก จงแสดงว่า '''ค่าเฉลี่ยเลขคณิต''' <math>\frac{a_1 + a_2 + a_3 + \cdots + a_n}{n}</math> มีค่ามากกว่าหรือเท่ากับ '''ค่าเฉลี่ยเรขาคณิต''' <math>\sqrt[n]{a_1a_2a_3\ldots a_n}</math> เสมอ
 
ถ้า <math>a_1, a_2, a_3, \ldots, a_n</math> เป็นจำนวนจริงบวก จงแสดงว่า '''ค่าเฉลี่ยเลขคณิต''' <math>\frac{a_1 + a_2 + a_3 + \cdots + a_n}{n}</math> มีค่ามากกว่าหรือเท่ากับ '''ค่าเฉลี่ยเรขาคณิต''' <math>\sqrt[n]{a_1a_2a_3\ldots a_n}</math> เสมอ
 +
 +
[[418531 ภาคต้น 2552/โจทย์ปัญหาการพิสูจน์ II/เฉลยข้อ 3|เฉลย]]
  
 
== ข้อ 4 ==
 
== ข้อ 4 ==
แถว 24: แถว 30:
 
# <math>a_n = 1 + (-1)^n</math>
 
# <math>a_n = 1 + (-1)^n</math>
 
# <math>a_n = n^2</math>
 
# <math>a_n = n^2</math>
 +
 +
[[418531 ภาคต้น 2552/โจทย์ปัญหาการพิสูจน์ II/เฉลยข้อ 4|เฉลย]]
  
 
== ข้อ 5 ==
 
== ข้อ 5 ==
 
ให้ <math>f_n</math> เป็นจำนวนฟิโบนักชีตัวที่ n
 
ให้ <math>f_n</math> เป็นจำนวนฟิโบนักชีตัวที่ n
# จงแสดงว่า <math>f_1^2 + f_2^2 + f_3^2 + \ldots + f_n^2 = f_nf_{n+1}</math> เมื่อ n เป็นจำนวนเต็มบวก
+
# จงแสดงว่า <math>f_1^2 + f_2^2 + f_3^2 + \dotsb + f_n^2 = f_nf_{n+1}</math> เมื่อ n เป็นจำนวนเต็มบวก
 
# จงแสดงว่า <math>f_1 + f_3 + \cdots + f_{2n-1} = f_{2n}</math> เมื่อ n เป็นจำนวนเต็มบวก
 
# จงแสดงว่า <math>f_1 + f_3 + \cdots + f_{2n-1} = f_{2n}</math> เมื่อ n เป็นจำนวนเต็มบวก
 
# จงแสดงว่า <math>f_{n+1}f_{n-1} - f_n^2 = (-1)^n</math> เมื่อ n เป็นจำนวนเต็มบวก
 
# จงแสดงว่า <math>f_{n+1}f_{n-1} - f_n^2 = (-1)^n</math> เมื่อ n เป็นจำนวนเต็มบวก
 +
 +
[[418531 ภาคต้น 2552/โจทย์ปัญหาการพิสูจน์ II/เฉลยข้อ 5|เฉลย]]
  
 
== ข้อ 6 ==
 
== ข้อ 6 ==
แถว 36: แถว 46:
 
# จงพิูสูจน์ว่า <math>\max(a_1 + b_1, a_2 + b_2, \ldots, a_n+b_n) \leq \max(a_1, a_2, \ldots, a_n) + \max(b_1, b_2, \ldots, b_n)</math>
 
# จงพิูสูจน์ว่า <math>\max(a_1 + b_1, a_2 + b_2, \ldots, a_n+b_n) \leq \max(a_1, a_2, \ldots, a_n) + \max(b_1, b_2, \ldots, b_n)</math>
 
# จงพิูสูจน์ว่า <math>\min(a_1 + b_1, a_2 + b_2, \ldots, a_n+b_n) \geq \min(a_1, a_2, \ldots, a_n) + \min(b_1, b_2, \ldots, b_n)</math>
 
# จงพิูสูจน์ว่า <math>\min(a_1 + b_1, a_2 + b_2, \ldots, a_n+b_n) \geq \min(a_1, a_2, \ldots, a_n) + \min(b_1, b_2, \ldots, b_n)</math>
 +
 +
[[418531 ภาคต้น 2552/โจทย์ปัญหาการพิสูจน์ II/เฉลยข้อ 6|เฉลย]]
  
 
== ข้อ 7 ==
 
== ข้อ 7 ==
แถว 44: แถว 56:
 
# เซตของจำนวนเต็มที่คอนกรูเอนซ์กับ 2 มอดูโล 3
 
# เซตของจำนวนเต็มที่คอนกรูเอนซ์กับ 2 มอดูโล 3
 
# เซตของจำนวนเต็มที่ 5 หารไม่ลงตัว
 
# เซตของจำนวนเต็มที่ 5 หารไม่ลงตัว
 +
 +
[[418531 ภาคต้น 2552/โจทย์ปัญหาการพิสูจน์ II/เฉลยข้อ 7|เฉลย]]
  
 
== ข้อ 8 ==
 
== ข้อ 8 ==
แถว 49: แถว 63:
 
# จงให้นิยามแบบเวียนบังเกิดของสตริงที่เป็นพาลินโดรม (สตริงที่เป็นพาลินโดรมคือสตริงที่มีค่าเท่ากับสตริงเขียนกลับของตัวมันเอง เช่น abcba หรือ abba เป็นต้น)
 
# จงให้นิยามแบบเวียนบังเกิดของสตริงที่เป็นพาลินโดรม (สตริงที่เป็นพาลินโดรมคือสตริงที่มีค่าเท่ากับสตริงเขียนกลับของตัวมันเอง เช่น abcba หรือ abba เป็นต้น)
 
# ให้ <math>x^R</math> แทนสตริงเขียนกลับของ <math>x</math> จงแสดงว่าสำหรับสตริง x และ y ใดๆ เราได้ว่า <math>(xy)^R = y^Rx^R</math>
 
# ให้ <math>x^R</math> แทนสตริงเขียนกลับของ <math>x</math> จงแสดงว่าสำหรับสตริง x และ y ใดๆ เราได้ว่า <math>(xy)^R = y^Rx^R</math>
 +
 +
[[418531 ภาคต้น 2552/โจทย์ปัญหาการพิสูจน์ II/เฉลยข้อ 8|เฉลย]]
  
 
== ข้อ 9 ==
 
== ข้อ 9 ==
จงเขียนนิยามแบบเวียนบังเกิดของเซตของสตริงที่ประกอบตัวอักษร 0 หรือ 1 โดยมีเลข 0 มากกว่า 1
+
ให้ <math>T_0 = 2, T_1 = 3, T_2 = 6 \,</math> และสำหรับค่า <math>n \geq 3</math> ทุกค่า
 
+
: <math>T_n = (n+4)T_{n-1} - 4nT_{n-2} + (4n-8)T_{n-3} \,</math>
== ข้อ 10 ==
 
'''พาร์ทีชัน''' ของจำนวนเต็มบวก n คือวิธีการเขียน n เป็นผลบวกของจำนวนเต็มบวก เช่น 7 = 3 + 2 + 1 + 1 เป็นต้น ให้ <math>P_m</math> มีค่าเท่ากับจำนวนพาร์ทีชันที่แตกต่างกันของ m ทั้งหมด โดยที่ลำดับของจำนวนเต็มในผลบวกไม่มีผล (กล่าวคือ 3+1+2 ไม่แตกต่างกับ 1+2+3)  และให้ <math>P_{m,n}</math> เป็นจำนวนพาร์ทีชันของ m ที่จำนวนเต็มบวกที่เอามาบวกแต่ละจำนวนมีค่าไม่เกิน <math>n</math>
 
# จงแสดงว่า <math>P_{m,m} = m\,</math>
 
# จงแสดงว่านิยามแบบเวียนบังเกิดของ <math>P_{m,n}\,</math> ต่อไปนี้ถูกต้อง
 
#:<math>
 
P_m,n = \begin{cases}
 
1 & \mbox{if }m = 1\\
 
1 & \mbox{if }n = 1\\
 
P_{n,m} & \mbox{if }m < n\\
 
1 + P_{m,m-1} & \mbox{if }m = n > 1\\
 
P_{m,n-1} + P_{m-n,n} & \mbox{if }m > n > 1
 
\end{cases}
 
</math>
 
# จงหาค่าของ <math>P_5</math> และ <math>P_6</math>
 
 
 
== ข้อ 11 ==
 
ให้ <math>T_0 = 0, T_1 = 3, T_2 = 6 \,</math> และสำหรับค่า <math>n \geq 3</math> ทุกค่า
 
: <math>T_n = (n_4)T_{n-1} - 4nT_{n-2} + (4n-8)T_{n-3} \,</math>
 
 
ค่าของลำัดับนี้เทอมแรกๆ จำนวนหนึ่งได้แก่ 2, 3, 6, 14, 40, 152, 784, 5168, 40576, และ 363392
 
ค่าของลำัดับนี้เทอมแรกๆ จำนวนหนึ่งได้แก่ 2, 3, 6, 14, 40, 152, 784, 5168, 40576, และ 363392
 
จงหาสูตรของ <math>T_n \,</math> ในรูป <math>T_n = A_n+B_n \,</math> เมื่อ <math>\{ A_n \}\,</math> และ <math>\{ B_n \}\,</math> เป็นลำดับที่เราๆ รู้จักกันดี
 
จงหาสูตรของ <math>T_n \,</math> ในรูป <math>T_n = A_n+B_n \,</math> เมื่อ <math>\{ A_n \}\,</math> และ <math>\{ B_n \}\,</math> เป็นลำดับที่เราๆ รู้จักกันดี
 +
 +
[[418531 ภาคต้น 2552/โจทย์ปัญหาการพิสูจน์ II/เฉลยข้อ 9|เฉลย]]

รุ่นแก้ไขปัจจุบันเมื่อ 13:55, 11 กรกฎาคม 2552

ข้อ 1

จงใช้การอุปนัยทางคณิตศาสตร์แก้ปัญหาต่อไปนี้

  1. จงหาสูตรอย่างง่ายของ และพิสูจน์ว่ามันถูกต้อง
  2. จงหาสูตรอย่างง่ายของ และพิสูจน์ว่ามันถูกต้อง
  3. จงแสดงว่า เมื่อ n เป็นจำนวนเต็มที่ไม่เป็นลบ
  4. จงแสดงว่า เมื่อ n เป็นจำนวนเต็มบวกที่มีค่ามากกว่า 4
  5. จงแสดงว่า เมื่อ n เป็นจำนวนเต็มบวกที่มีค่ามากกว่า 1
  6. จงแสดงว่า 6 หาร ลงตัวเมื่อ n เป็นจำนวนเต็มที่ไม่เป็นลบ
  7. ให้ และ โดยที่ สำหรับ จงพิสูจน์ว่า
  8. จงแสดงว่า สำหรับจำนวนเต็ม n ที่มีค่าไม่เป็นลบ
  9. จงแสดงว่า 21 หาร ลงตัวเมื่อ n เป็นจำนวนเต็มบวก
  10. จงแสดงว่า

เฉลย

ข้อ 2

จงแสดงว่าถ้าเราวาดเส้นตรง n เส้นลงบนระนาบ โดยที่เส้นตรงนี้ไม่ีเส้นตรงสองเส้นใดๆ ขนานกัน และไม่มีเส้นตรงสามเส้นใดๆ ตัดกันที่จุดจุดเดียวกันแล้ว เส้นตรงทั้ง n แล้วเหล่านี้จะแบ่งระนาบออกเป็น

Error

Too many requests (f061ab2)

ส่วน

เฉลย

ข้อ 3

ถ้า เป็นจำนวนจริงบวก จงแสดงว่า ค่าเฉลี่ยเลขคณิต มีค่ามากกว่าหรือเท่ากับ ค่าเฉลี่ยเรขาคณิต เสมอ

เฉลย

ข้อ 4

จงเขียนนิยามแบบเวียนบังเกิดของลำดับ โดยที่

Error

Too many requests (f061ab2)

เมื่อ

เฉลย

ข้อ 5

ให้ เป็นจำนวนฟิโบนักชีตัวที่ n

  1. จงแสดงว่า เมื่อ n เป็นจำนวนเต็มบวก
  2. จงแสดงว่า เมื่อ n เป็นจำนวนเต็มบวก
  3. จงแสดงว่า เมื่อ n เป็นจำนวนเต็มบวก

เฉลย

ข้อ 6

  1. จงให้นิยามแบบเวียนบังเกิดของฟังก์ชัน และ ซึ่งมีค่าเท่ากับค่าที่มากที่สุดและค่าที่น้อยที่สุดของจำนวนจริง ตามลำดับ
  2. จงพิสูจน์ว่า
  3. จงพิูสูจน์ว่า
  4. จงพิูสูจน์ว่า

เฉลย

ข้อ 7

จงให้นิยามแบบเวียนบังเกิดของเซตต่อไปนี้

  1. เซตของจำนวนเต็มคู่
  2. เซตของจำนวนเต็มบวกที่มีค่าเท่ากับ เมื่อ k เป็นจำนวนเต็มที่ไม่เป็นลบ
  3. เซตของพหุนามในตัวแปร x ที่มีสัมประสิทธิ์เป็นจำนวนเต็ม
  4. เซตของจำนวนเต็มที่คอนกรูเอนซ์กับ 2 มอดูโล 3
  5. เซตของจำนวนเต็มที่ 5 หารไม่ลงตัว

เฉลย

ข้อ 8

  1. จงให้นิยามแบบเวียนบังเกิดของสตริงเขียนกลับ (สตริงเขียนกลับของสตริงหนึ่งๆ คือสตริงที่ได้จากการเขียนสตริงนั้นจากหลังไปหน้า เช่น สตริงเขียนกลับของ abc คือ cba)
  2. จงให้นิยามแบบเวียนบังเกิดของสตริงที่เป็นพาลินโดรม (สตริงที่เป็นพาลินโดรมคือสตริงที่มีค่าเท่ากับสตริงเขียนกลับของตัวมันเอง เช่น abcba หรือ abba เป็นต้น)
  3. ให้ แทนสตริงเขียนกลับของ จงแสดงว่าสำหรับสตริง x และ y ใดๆ เราได้ว่า

เฉลย

ข้อ 9

ให้

Error

Too many requests (f061ab2)

และสำหรับค่า ทุกค่า

ค่าของลำัดับนี้เทอมแรกๆ จำนวนหนึ่งได้แก่ 2, 3, 6, 14, 40, 152, 784, 5168, 40576, และ 363392 จงหาสูตรของ ในรูป

Error

Too many requests (f061ab2)

เมื่อ และ เป็นลำดับที่เราๆ รู้จักกันดี

เฉลย

รายการเลือกการนำทาง