ผลต่างระหว่างรุ่นของ "Sgt/lecture4"

จาก Theory Wiki
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
 
(ไม่แสดง 13 รุ่นระหว่างกลางโดยผู้ใช้คนเดียวกัน)
แถว 14: แถว 14:
 
\end{align}
 
\end{align}
 
</math>}}
 
</math>}}
−
 
−
{{เริ่มบทพิสูจน์}}
 
−
To be proved...
 
−
{{จบบทพิสูจน์}}
 
  
 
==Graphic Inequality==
 
==Graphic Inequality==
 
เป็นการเปรียบเทียบกราฟโดยให้ sense ของการ "มากกว่า" "น้อยกว่า" เหมือนการเปรียบเทียบจำนวนจริง<br/>
 
เป็นการเปรียบเทียบกราฟโดยให้ sense ของการ "มากกว่า" "น้อยกว่า" เหมือนการเปรียบเทียบจำนวนจริง<br/>
 
ให้ A เป็น matrix ใดๆ เราเขียนแทนว่า A เป็น positive semi-definite ด้วย <math>A \succeq 0</math> โดยนิยามดังนี้
 
ให้ A เป็น matrix ใดๆ เราเขียนแทนว่า A เป็น positive semi-definite ด้วย <math>A \succeq 0</math> โดยนิยามดังนี้
−
{{กล่องทฤษฎีบท|<math>A \succeq 0</math> เมื่อและต่อเมื่อ <math>\forall\psi\in\mathbb{R}^n\ ;\ \psi^TA\psi \geq 0</math>}}
 
  
−
และสำหรับ matrix A,B ใดๆ เราเขียน <math>A \succeq B</math> แทน <math>A-B \succeq 0</math> โดยความสัมพันธ์นี้มีคุณสมบัติถ่ายทอด คือ <math>A \succeq B \and B \succeq C \Rightarrow A \succeq C</math>
+
:<math>A \succeq 0 \Leftrightarrow \forall\psi\in\mathbb{R}^n\ ;\ \psi^TA\psi \geq 0</math>
 +
 
 +
และสำหรับ matrix A,B ใดๆ เราเขียน <math>A \succeq B</math> แทน <math>A-B \succeq 0</math> โดยความสัมพันธ์นี้มีคุณสมบัติถ่ายทอด คือ  
 +
 
 +
:<math>A \succeq B \and B \succeq C \Rightarrow A \succeq C</math>
  
 
ทำนองเดียวกัน สำหรับกราฟ G,H ใดๆ เราเขียน <math>G \succeq H</math> แทน <math>L_G \succeq L_H</math>
 
ทำนองเดียวกัน สำหรับกราฟ G,H ใดๆ เราเขียน <math>G \succeq H</math> แทน <math>L_G \succeq L_H</math>
แถว 32: แถว 31:
  
 
จากนิยามข้างต้น เราจะได้คุณสมบัติว่า (ในเนื้อหาครั้งนี้ไม่มีการพิสูจน์ทฤษฎีบทนี้)
 
จากนิยามข้างต้น เราจะได้คุณสมบัติว่า (ในเนื้อหาครั้งนี้ไม่มีการพิสูจน์ทฤษฎีบทนี้)
−
{{กล่องทฤษฎีบท|ถ้า G,H เป็นกราฟที่มีคุณสมบัติว่า <math>G \succeq c \cdot H</math> จะได้ว่า <math>\forall k\\
+
{{กล่องทฤษฎีบท|ถ้า G,H เป็นกราฟที่มีคุณสมบัติว่า <math>G \succeq c \cdot H</math> จะได้ว่า <math>\forall k\ ;\  
 
\lambda_k(G) \geq c\cdot\lambda_k(H)</math> เมื่อ <math>\lambda_k(G)</math> หมายถึง eigen value ตัวที่ k ของกราฟ G}}
 
\lambda_k(G) \geq c\cdot\lambda_k(H)</math> เมื่อ <math>\lambda_k(G)</math> หมายถึง eigen value ตัวที่ k ของกราฟ G}}
  
แถว 39: แถว 38:
  
 
{{กล่องทฤษฎีบท|<math>(n-1)P_n \succeq G_n</math>}}
 
{{กล่องทฤษฎีบท|<math>(n-1)P_n \succeq G_n</math>}}
 +
{{เริ่มบทพิสูจน์}}
 +
พิจารณา vector x ขนาด n ใดๆ เราต้องการจะแสดงว่า
 +
:<math>
 +
\begin{align}
 +
(n-1)x^TL_{P_n}x &\geq x^TL_{G_n}x \\
 +
(n-1)\sum\limits_{i=1}^{n-1}(x(i+1) - x(i))^2 &\geq (x(1)-x(n))^2 \\
 +
\end{align}
 +
</math>
 +
ให้ <math>\delta(i) = x(i+1)-x(i)</math> และนิยาม vector ขนาด n-1 เพิ่มดังนี้ <math>a(i) = 1</math> และ <math>b(i) = \delta(i)</math>
 +
 +
จาก[http://en.wikipedia.org/wiki/Cauchy%E2%80%93Schwarz_inequality Cauchy–Schwarz inequality] ได้ว่า
 +
:<math>
 +
\begin{align}
 +
a^Ta \cdot b^Tb &\geq |a^Tb|^2 \\
 +
(n-1) \cdot \sum\limits_{i=1}^{n-1}\delta(i)^2 &\geq |\sum\limits_{i=1}^{n-1}\delta(i)|^2 \\
 +
(n-1)\sum\limits_{i=1}^{n-1}(x(i+1) - x(i))^2 &\geq |x(1)-x(n)|^2 \\
 +
&\geq (x(1)-x(n))^2
 +
\end{align}
 +
</math>
 +
ตามต้องการ
 +
{{จบบทพิสูจน์}}
 +
 +
และเราจะแสดงให้เห็นว่า <math>\lambda_2(P_n) = \Theta(\frac{1}{n^2})</math> โดยประกอบด้วยสองขั้นตอน
 +
 +
1.<math>\lambda_2(P_n) = O(\frac{1}{n^2})</math>
 +
{{เริ่มบทพิสูจน์}}
 +
สร้างเวคเตอร์ x โดยให้ <math>x(i) = (n+1) - 2i</math> จะเห็นว่า x ตั้งฉากกับ <math>\bar{1}</math>
 +
 +
คำนวณ <math>\frac{\sum\limits_{i=1}^{n}(x(i+1)-x(i))^2}{\sum\limits_{i=1}^{n}(x(i)^2}</math>
 +
 +
จาก Courant–Fischer Theorem จะเห็นว่า <math>\lambda_2 = O(\frac{1}{n^2})</math>
 +
 +
{{จบบทพิสูจน์}}
 +
2.<math>\lambda_2(P_n) = \Omega(\frac{1}{n^2})</math>
 +
{{เริ่มบทพิสูจน์}}
 +
หาค่าคงที่ c ที่
 +
 +
<math>c \cdot P_n \succeq K_n </math> และเรารู้ว่า <math>K_n = \sum\limits_{i,j} G_{i,j}</math>
 +
 +
จึงได้ว่า
 +
:<math>
 +
\begin{align}
 +
\sum\limits_{i>j}(i-j)P_n &\succeq K_n \\
 +
\frac{n(n+1)(n-1)}{6}P_n &\succeq K_n \\
 +
\therefore \Omega(\frac{1}{n^2}) &\leq \lambda_2(P_2) \\
 +
\end{align}
 +
</math>
 +
 +
<math>\lambda_2(P_n) = \Omega(\frac{1}{n^2})</math>
 +
{{จบบทพิสูจน์}}
 +
 +
{{กล่องทฤษฎีบท|<math>\forall \epsilon > 0</math> จะมี ค่า d > 0 ที่ถ้า n มีขนาดมากพอ จะมี d-regular graph <math>G_n</math> ที่ <math>(1+\epsilon)G_n \succeq K_n \succeq \frac{G_n}{(1+\epsilon)}</math>}}
 +
 +
และสำหรับ Complete binary tree ที่มีความลึก d แทนด้วย <math>T_d</math> เราจะได้ว่า
  
−
TO BE CONTINUED
+
:<math>\Omega(\frac{1}{n\cdot log(n)} \leq \lambda_2(T_d) \leq \frac{2}{n-1})</math>
 +
โดยการใช้วิธีเดียวกับการพิสูจน์ด้านบน โดยสร้างเวคเตอร์ x ที่ x(root) = 0 และลูกฝั่งซ้ายทั้งหมดเป็น 1 ฝั่งขวาทั้งหมดเป็น -1

รุ่นแก้ไขปัจจุบันเมื่อ 10:27, 2 เมษายน 2558

Spectral Graph Theory

  1. บทนำและทบทวนพีชคณิตเชิงเส้น (ณัฐวุฒิ)
  2. คุณสมบัติของ Eigenvalue ต่อกราฟ (ธานี,ณัฐวุฒิ)
  3. คุณสมบัติของ Eigenvalue ต่อกราฟ[2] (ภัทร)
  4. คุณสมบัติของ Eigenvalue ลำดับที่สองบนกราฟต่างๆ (ธานี)
  5. Cheeger Inequality (ศุภชวาล)
  6. การทดลอง Cheeger Inequality และ Effective Resistance (ธานี)
  7. Random Walks และ Psuedo Random Generator (ศุภชวาล)
  8. Psuedo Random Generator[2] (ภัทร)
  9. Coding Theory และ Expander code (ธานี)
  10. Expander graph from Linear coding (ภัทร)
  11. Chebyshev polynomial (ศุภชวาล)
  12. Preconditioning (ธานี)

แก้ไขกล่องนี้ • แก้ไขสารบัญ

บันทึกคำบรรยายวิชา Spectral graph theory นี้ เป็นบันทึกที่นิสิตเขียนขึ้น เนื้อหาโดยมากยังไม่ผ่านการตรวจสอบอย่างละเอียด การนำไปใช้ควรระมัดระวัง

ในสัปดาห์นี้ เราได้พูดถึง Courant–Fischer Theorem

Courant–Fischer Theorem

ให้ A เป็น symmetric matrix ขนาด n ที่มี eigen value (สังเกตว่าเรียงสลับด้านกับ ในเลคเชอร์อื่นๆ)

เราจะได้ว่า

Graphic Inequality

เป็นการเปรียบเทียบกราฟโดยให้ sense ของการ "มากกว่า" "น้อยกว่า" เหมือนการเปรียบเทียบจำนวนจริง
ให้ A เป็น matrix ใดๆ เราเขียนแทนว่า A เป็น positive semi-definite ด้วย โดยนิยามดังนี้

และสำหรับ matrix A,B ใดๆ เราเขียน แทน โดยความสัมพันธ์นี้มีคุณสมบัติถ่ายทอด คือ

ทำนองเดียวกัน สำหรับกราฟ G,H ใดๆ เราเขียน แทน สังเกตว่า ถ้า H เป็น subgraph ของ G จะได้ว่า

และสำหรับจำนวนจริง c ใดๆเราเขียนแทน

Error

Too many requests (f061ab2)

หมายถึง

จากนิยามข้างต้น เราจะได้คุณสมบัติว่า (ในเนื้อหาครั้งนี้ไม่มีการพิสูจน์ทฤษฎีบทนี้)

ถ้า G,H เป็นกราฟที่มีคุณสมบัติว่า

Error

Too many requests (f061ab2)

จะได้ว่า เมื่อ หมายถึง eigen value ตัวที่ k ของกราฟ G

Path Inequality

ให้กราฟขนาด n โหนด แทนกราฟที่มีเส้นเชื่อมเดียว (1,n) และกราฟที่มีเส้นเชื่อม n-1 เส้น ตามลำดับ


พิจารณา vector x ขนาด n ใดๆ เราต้องการจะแสดงว่า

ให้ และนิยาม vector ขนาด n-1 เพิ่มดังนี้ และ

จากCauchy–Schwarz inequality ได้ว่า

ตามต้องการ

Littlebox.png

และเราจะแสดงให้เห็นว่า โดยประกอบด้วยสองขั้นตอน

1.


สร้างเวคเตอร์ x โดยให้

Error

Too many requests (f061ab2)

จะเห็นว่า x ตั้งฉากกับ

คำนวณ

จาก Courant–Fischer Theorem จะเห็นว่า

Error

Too many requests (f061ab2)

Littlebox.png

2.

Error

Too many requests (f061ab2)


หาค่าคงที่ c ที่

และเรารู้ว่า

Error

Too many requests (f061ab2)

จึงได้ว่า

Error

Too many requests (f061ab2)

Littlebox.png

จะมี ค่า d > 0 ที่ถ้า n มีขนาดมากพอ จะมี d-regular graph ที่

Error

Too many requests (f061ab2)

และสำหรับ Complete binary tree ที่มีความลึก d แทนด้วย เราจะได้ว่า

โดยการใช้วิธีเดียวกับการพิสูจน์ด้านบน โดยสร้างเวคเตอร์ x ที่ x(root) = 0 และลูกฝั่งซ้ายทั้งหมดเป็น 1 ฝั่งขวาทั้งหมดเป็น -1

รายการเลือกการนำทาง